5 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับประวัติโฆษณาดิจิทัล

โฆษณาดิจิทัลสร้างความฮือฮามาตลอดด้วยอารมณ์สุข เศร้า เหงา รัก นับตั้งแต่โฆษณาแบนเนอร์เด้งขึ้นมาเป็นครั้งแรก ลองมาดูไฮไลต์ความมหัศจรรย์บนโลกดิจิทัลที่เรารวบรวมมาจาก 2 ทศวรรษ

1. AdWords เปิดตัวด้วยล็อบสเตอร์ตัวเป็นๆ

ปี 2000 นับเป็นจุดเปลี่ยนของวงการโฆษณาเมื่อ Google AdWords เปิดให้ผู้ลงโฆษณาบริการตัวเอง การเปิดตัวแบบเงียบๆ ครั้งนั้นมีเพียงลิงก์ง่ายๆ ที่บอกว่า "ดูโฆษณาของคุณที่นี่" ที่แสดงต่อผู้ใช้ Google เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ วิศวกรของเรารอด้วยความใจจดใจจ่อ และภายในเวลาครึ่งชั่วโมงโฆษณา AdWords ชิ้นแรกก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน เป็นโฆษณาล็อบสเตอร์สดๆ ที่จัดส่งให้ทางไปรษณีย์

2. คุณอาจพบเนื้อคู่ใน YouTube ก็เป็นได้

YouTube เริ่มต้นขึ้นในฐานะ....เว็บไซต์หาคู่! ในปี 2005 Chad Hurley, Steve Chen และ Jawed Karim วาดฝันให้ไซต์นี้เป็นที่ที่คนโสดอยากมีคู่จะได้มาแชร์วิดีโอที่บรรยายถึงคนที่ใช่ของตัวเอง โชคดีที่พวกเขากลับไปคิดอีกทีและเปลี่ยนใจหันมาสร้างแพลตฟอร์มที่เรารู้จักและรักใคร่กันในทุกวันนี้ แต่ก็ยังแอบมีความโรแมนติกซ่อนอยู่ เพราะชื่อ YouTube จดทะเบียนในวันวาเลนไทน์พอดี

3. การพังกำแพงเสียง (แทบจะ) พังอินเทอร์เน็ตไปด้วย

ในวันที่ 14 ตุลาคม 2012 Felix Baumgartner กระโดดออกจากบอลลูนที่ขอบอวกาศ เขาตกลงมาจากความสูง 39 กม. ด้วยความเร็วเหนือเสียงซึ่งทำลายสถิติโลกหลายๆ สถิติ และ (เกือบจะ) พังอินเทอร์เน็ต ผู้คนมหาศาลถึง 9.5 ล้านคนเปิดมาเป็นประจักษ์พยานให้ช่วงเวลาสำคัญนี้บน YouTube ทำให้วิดีโอนี้เป็นสตรีมสดที่มีคนดูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และกินแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตถึง 1 ใน 7 ของทั้งโลก

4. ส่งจูบมากับมือถือ

ฮัลโหล จุ๊บๆ ในปี 2014 แบรนด์แฟชั่นอังกฤษ Burberry เปิดโอกาสให้คนได้ส่งจูบจริงให้ใครก็ได้ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ด้วยแคมเปญ "Burberry Kisses" คุณเพียงแค่วางริมฝีปากลงบนหน้าจอโทรศัพท์ทัชสกรีนซึ่งจะเก็บภาพนั้นไว้ และคุณสามารถใส่ข้อความและเลือกที่จะเพิ่มสีลิปสติกของ Burberry หรือไม่ก็ได้ จากนั้นจึงส่งจูบให้คนรักไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของมุมโลก แน่นอนว่าแคมเปญนี้เป็นที่กล่าวขวัญเป็นอย่างมาก

5. เช็คสินค้าในสต็อกของร้านแถวบ้านได้จากมือถือ

ในปี 2016 River Island ได้เป็นแบรนด์แฟชั่นอังกฤษแห่งแรกที่เข้าถึงผู้ซื้อขณะกำลังค้นหาข้อมูลบนมือถือในตำแหน่งที่ใกล้กับร้าน ด้วยโฆษณาคลังผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นของ Google ผู้ซื้อจะมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในร้านใกล้บ้านที่เช็คสต็อกแล้วด้วยหน้า "หน้าร้านในท้องถิ่น" ที่แสดงความพร้อมของสินค้าและร้านที่อยู่ใกล้ที่สุด ประสบการณ์นี้เทียบเท่าการเดินชมสินค้าจากหน้าร้าน เพียงแต่ทำบนมือถือ และช่วยสร้างสะพานที่เชื่อมระหว่างการค้นหากับการช็อปปิ้ง

จดหมายข่าว Think

รับอัปเดตก่อนใครตรงสู่อีเมลของคุณ