search

สมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนแปลงธุรกิจค้าปลีกในเอเชีย

อันดับแรก อินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงวิธีการช็อปปิ้งด้วยการทำให้เข้าสู่โลกออนไลน์ จากนั้นเส้นทางของผู้บริโภคก็ได้แตกแขนงออกไปมากขึ้นด้วยตัวเลือกที่ไม่มีที่สิ้นสุด ความต้องการความทันท่วงที และการก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญของอุปกรณ์เคลื่อนที่และวิดีโอ จากข้อมูลของ Consumer Barometer เราได้เจาะลึกที่พฤติกรรมการค้าปลีกในทวีปเอเชีย

การซื้อสินค้าสักอย่างหนึ่งเคยเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา หากต้องการซื้อของราคาสูง ผู้บริโภคจะมองหาคำแนะนำจากเพื่อนๆ และครอบครัว อ่านรีวิว 1-2 รายการในนิตยสาร จากนั้นจึงเดินทางไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อ สำหรับของยิบย่อย หลายๆ คนอาจไปที่ร้านค้าโดยตรง เดินมองตามชั้นวาง ตรวจสอบราคาและแบรนด์ จากนั้นจึงเลือกซื้อ แต่ที่กล่าวมานี้เป็นเหตุการณ์ก่อนที่โลกอินเทอร์เน็ตและการช็อปปิ้งทางออนไลน์จะก้าวเข้ามา

ปัจจุบันนี้ไม่มีเส้นทางสู่การซื้อโดยตรงเส้นทางเดียวอีกต่อไปแล้ว เราได้ก้าวเข้าสู่เครือข่ายเส้นทางอันซับซ้อน ซึ่งประกอบไปด้วยอุปกรณ์ เว็บไซต์ แอป แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ร้านขายสินค้าอีคอมเมิร์ซ และร้านค้าที่มีหน้าร้านจริงจำนวนมาก ทุกวันนี้เรามีวิธีนับไม่ถ้วนในการเปรียบเทียบตัวเลือกและราคา หรือดูรีวิวและคำแนะนำผลิตภัณฑ์ การแตกแขนงของสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นทางของผู้บริโภคที่เป็นเส้นตรงนี้แสดงอยู่ในการศึกษาจาก Consumer Barometer ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการซื้อที่หลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่อไปนี้คือข้อมูลหลักๆ ที่ค้นพบจากส่วนของหนึ่งของการศึกษาที่สำรวจพฤติกรรมการช็อปปิ้งและการซื้อ

ไม่มีเส้นทางสู่การซื้อโดยตรงเส้นทางเดียวอีกต่อไปแล้ว เราได้ก้าวเข้าสู่เครือข่ายเส้นทางอันซับซ้อน ซึ่งประกอบไปด้วยอุปกรณ์ เว็บไซต์ แอป แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ร้านขายสินค้าอีคอมเมิร์ซ และร้านค้าที่มีหน้าร้านจริงจำนวนมาก

ผู้คนในเอเชียค้นหาและค้นคว้าข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างไร

  • ผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศในเอเชียส่วนใหญ่มากกว่า 50% ต่างใช้ทั้งแหล่งข้อมูลออนไลน์และออฟไลน์ในการค้นคว้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ (โดยประชาการบางกลุ่มมีตัวเลขเกินกว่า 70%) เมื่อเทียบกันแล้ว มีนักช็อปในสหรัฐอเมริกาเพียง 32% และในสหราชอาณาจักรเพียง 24% ที่ใช้แหล่งข้อมูลทั้งสองอย่าง
  • เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีตัวเลขสูงสุดในการค้นคว้าข้อมูลทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ และชาวเวียดนามก็ค้นคว้าข้อมูลจำนวนมากก่อนที่จะซื้อ โดยพบว่า 96% ทำการค้นคว้าข้อมูลบางอย่างก่อนที่จะทำการซื้อครั้งล่าสุด เมื่อพูดถึงกิจกรรมทางออนไลน์ของตน ชาวเวียดนาม 71% ใช้งานเครื่องมือค้นหาเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ไม่ใช่เฉพาะชาวเวียดนามเท่านั้น เครื่องมือค้นหาเป็นสื่อที่เป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับการค้นคว้าข้อมูลทางออนไลน์ในเอเชีย รวมไปถึงในประเทศไทย (77%) และมาเลเซีย (74%) ที่จริงแล้ว ทุกประเทศที่มีการสำรวจแสดงให้เห็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ของผู้คนที่ใช้เครื่องมือค้นหาในการค้นคว้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่สูงกว่าในสหรัฐอเมริกา (ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 36%) ยกเว้นในอินโดนีเซีย (27%)
  • เมื่อกล่าวถึงช่วงเวลาที่ "อยากจะซื้อ" ของพวกเขา Consumer Barometer พบว่านักช็อปชาวเอเชียส่วนใหญ่ค้นคว้าข้อมูลการซื้อผลิตภัณฑ์ของตนหลาย "ช่วงเวลา" หรือหลาย "ชั่วโมง" ก่อนที่จะซื้อ (ไม่ใช่หลายวันหรือสัปดาห์)

ผู้คนในเอเชียซื้อผลิตภัณฑ์ที่เลือกอย่างไร

  • นักช็อปในเอเชียทำตามเส้นทาง ROPO 2 ประเภท ได้แก่ ค้นคว้าข้อมูลออนไลน์ ซื้อออฟไลน์ หรือค้นคว้าข้อมูลออนไลน์ ซื้อออนไลน์
  • ในประเทศอินเดียและอินโดนีเซีย จำนวนลูกค้าที่ยังคงเดินทางไปที่หน้าร้านจริงเพื่อซื้อสินค้ามีเปอร์เซ็นต์สูง โดยคิดเป็น 82% และ 87% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการซื้อทางออนไลน์ ญี่ปุ่น (44%) เกาหลีใต้ (50%) และไต้หวัน (41%) เป็น 3 ประเทศแรกๆ ที่ใช้วิธีนี้
  • การซื้อทางออนไลน์ดำเนินการอย่างไร ในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แล้วจะใช้คอมพิวเตอร์ ผู้คนจำนวนสูงถึง 92% ใช้คอมพิวเตอร์ในขณะเช็คเอาต์รถเข็นช็อปปิ้ง (เทียบกับ 6% ทางสมาร์ทโฟน)
  • ในขณะที่มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 11% ในอินเดียที่ซื้อสินค้าทางออนไลน์นั้น จากตัวเลขดังกล่าว มีผู้คนจำนวนมากที่ใช้สมาร์ทโฟน (คิดเป็น 34%) ซึ่งถือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ในเอเชีย อินโดนีเซียเป็นเพียงประเทศเดียวที่มีตัวเลขสูงกว่าอินเดีย โดยตัวเลขผู้คนที่ดำเนินการซื้อจนเสร็จบนสมาร์ทโฟนนั้นอยู่ที่ 67%
  • นักช็อปชาวเอเชียส่วนใหญ่ไม่เข้าหาแหล่งสินค้าโดยตรง (เช่น ไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตและร้านค้าปลีกของสินค้านั้นๆ โดยเฉพาะ) แต่เลือกซื้อจากร้านค้าปลีกออนไลน์ทั่วไปและเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาแทน

สิ่งที่แบรนด์ต่างๆ ได้เรียนรู้:

  • มีสถานที่หลายแห่งที่นักช็อปสามารถไปถึงเพื่อเรียนรู้ข้อมูล เปรียบเทียบ และซื้อผลิตภัณฑ์ได้ ตรวจสอบว่าเนื้อหาของคุณมีประโยชน์และกระชับเพียงพอที่จะเตะตาพวกเขาท่ามกลางเนื้อหาอื่นๆ จำนวนมาก
  • หากคุณมีร้านค้าที่มีหน้าร้านจริง กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลของคุณควรมีวิธีพบปะผู้ใช้ทางออนไลน์ในเสี้ยวเวลาสำคัญของพวกเขา และนำเสนอสินค้าที่มีในร้านค้า
  • ตรวจสอบว่าผู้ใช้สามารถพบคุณทางออนไลน์ได้ผ่านทางการตลาดเป้าหมายและการค้นหา อย่าคาดหวังว่าพวกเขาจะเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณโดยตรง
  • แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ดำเนินการใดๆ หลังจากซื้อเสร็จแล้ว แต่นักช็อปจำนวนมากในไทย จีน อินเดีย และเวียดนามต่างแชร์ประสบการณ์การซื้อบนโซเชียลมีเดียหรือโพสต์รีวิว ในตลาดเหล่านี้ ความพยายามหลังการซื้อของคุณมีความสำคัญอย่างยิ่ง

แหล่งที่มา: แบบสำรวจ Consumer Barometer, 2014–2015, เอเชีย